กรมการข้าว ต่อยอดงานพัฒนาข้าวบนพื้นที่สูง สู่ความมั่นคงทางอาหารและคุณภาพชีวิตชุมชน จ.แม่ฮ่องสอน



วันที่ 17 กันยายน 2569 นายฐปรัฏฐ์ สีลอยอุ่นแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวแม่ฮ่องสอน กรมการข้าว นำสื่อมวลชนลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประจำปี 2569 พร้อมรับฟังข้อมูลจากเกษตรกรและชุมชนในพื้นที่ เพื่อสะท้อนผลการพัฒนาการผลิตข้าวบนพื้นที่สูง และนำข้อเสนอแนะไปต่อยอดการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด



สำหรับศูนย์วิจัยข้าวแม่ฮ่องสอนมีพัฒนาการมาจากโครงการพัฒนาลุ่มน้ำลาง หรือปางมะผ้า ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ โดยปัจจุบันดำเนินงานสำคัญทั้งด้านการวิจัย การผลิตเมล็ดพันธุ์ และการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาการผลิตข้าวให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และวิถีชีวิตของเกษตรกรบนพื้นที่สูง
ด้านงานวิจัย ศูนย์ฯ ได้รวบรวมและอนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นเมืองของกลุ่มชาติพันธุ์ในภาคเหนือตอนบนไว้มากกว่า 700 สายพันธุ์ พร้อมพัฒนาพันธุ์ข้าวไร่ ข้าวเหนียว และข้าวนาพื้นที่สูงให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกันยังทำหน้าที่ผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ รวมถึงสำรองเมล็ดพันธุ์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ห่างไกลเมื่อเกิดภัยพิบัติหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน
นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยข้าวแม่ฮ่องสอนยังมีส่วนร่วมในการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในจังหวัดแม่ฮ่องสอนมากกว่า 22 โครงการ โดยนำองค์ความรู้ด้านข้าวไปปรับใช้ให้เหมาะกับสภาพพื้นที่และความต้องการของแต่ละชุมชน
หนึ่งในพื้นที่สำคัญคือบ้านเมืองแพม ตำบลถ้ำลอด อำเภอปางมะผ้า ซึ่งดำเนินงานภายใต้ “โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน” ตามพระราชเสาวนีย์ฯ โดยมุ่งอนุรักษ์ป่าต้นน้ำควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน
กรมการข้าวส่งเสริมการทำนาขั้นบันได เกษตรหมุนเวียน และการอนุรักษ์ข้าวพื้นเมือง เช่น “บือโปะโหละ” รวมถึงนำพันธุ์ข้าวและองค์ความรู้ที่เหมาะสมเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาข้าวพื้นเมืองบางพันธุ์ที่มีลำต้นสูง ล้มง่าย และให้ผลผลิตต่ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดการขยายพื้นที่ทำกินเข้าสู่ป่า






นายสมเพชร รัตนอารยธรรม อดีตผู้ใหญ่บ้านบ้านเมืองแพม กล่าวว่า การพัฒนาชุมชนจากแนวพระราชดำริที่ผ่านมาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านการเกษตร แต่ครอบคลุมถึงการจัดการน้ำและการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ โดยชาวบ้านมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูป่าต้นน้ำและสร้างความมั่นคงทางอาหารของชุมชนผ่านธนาคารข้าว ซึ่งมีการเก็บข้าวไว้บริโภคและเป็นเมล็ดพันธุ์ รวมถึงแบ่งปันให้ครอบครัวที่ขาดแคลน
จากบ้านเมืองแพม การพัฒนาบนพื้นที่สูงยังสะท้อนให้เห็นอีกมิติที่บ้านแสนคำลือ อำเภอปางมะผ้า ซึ่งมีการส่งเสริมอาชีพและการเกษตรเพื่อทดแทนการปลูกพืชเสพติดในอดีต โดยข้าวเป็นหนึ่งในพืชสำคัญของชุมชน ทั้งเพื่อการบริโภคและสร้างรายได้
นายวิชัย มนตรีสถิตกุล ผู้ใหญ่บ้านแสนคำลือ กล่าวว่า
“ในอดีตชาวบ้านเกือบทุกครัวเรือนยึดอาชีพปลูกฝิ่น แต่ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานแนวทางให้เลิกปลูกพืชเสพติด และส่งเสริมการปลูกพืชทดแทน เช่น ข้าว ข้าวโพด ถั่ว ฟักทอง และไม้ผล ทำให้การปลูกฝิ่นหมดไปจากพื้นที่อย่างสิ้นเชิง”
นอกจากนี้ การได้รับทุนพระราชทานด้านการศึกษา ยังช่วยให้เยาวชนในพื้นที่ได้เรียนต่อจนจบปริญญาตรี และเกิดโครงการ “ครูทายาท” ที่สนับสนุนให้ลูกหลานกลับมาเป็นครู ตชด. สอนหนังสือในถิ่นกำเนิด ซึ่งปัจจุบันมีครูทายาทกลับมาปฏิบัติหน้าที่แล้วถึง 2 รุ่น ทั้งในตำแหน่งครูใหญ่และครูผู้สอน
นายฐปรัฏฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้จะช่วยให้ศูนย์วิจัยข้าวแม่ฮ่องสอนได้รับข้อมูลและข้อเสนอแนะจากผู้ปฏิบัติและเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อนำไปประกอบการวางแผนส่งเสริมการเข้าถึงเมล็ดพันธุ์คุณภาพ และพัฒนาการผลิตข้าวให้เหมาะสมกับพื้นที่ ควบคู่กับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง
