ศูนย์สุขภาพสตรีโรงพยาบาลจุฬาภรณ์เปิดบริการเทคโนโลยีเพื่อการเจริญพันธุ์ “จากความหวัง…สู่ความจริง Hope Begins Here เทคโนโลยีเพื่อการเจริญพันธุ์มีบุตร (ไม่) ยาก”

4234B060 8714 4AC3 9929 216261A85190
BCF63D04 330B 479F 86FE CBCCEFA7FA61
833A9F94 E691 4606 808B 0BF26AE0A8D9

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จัดแถลงข่าวเปิดบริการทางการแพทย์ด้านเทคโนโลยีเพื่อการเจริญพันธุ์ ภายใต้แนวคิด “จากความหวัง…สู่ความจริง Hope Begins Here” มุ่งเน้นยกระดับคุณภาพชีวิตของสตรีและครอบครัวไทย ท่ามกลางสถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และมีปัจจัยหลากหลายที่ทำให้คู่สมรสในวัยเจริญพันธุ์เผชิญภาวะมีบุตรยากมากขึ้น โดยเน้นการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานสากล พร้อมเทคโนโลยีทันสมัยและทีมแพทย์เฉพาะทางสูตินรีเวชแพทย์ ด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ รวมไปถึงทีมสหสาขาวิชาชีพ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดยได้รับเกียรติจาก นพ.เกรียงไกร ถวิลไพร ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นประธานเปิดงาน และ ผศ.นพ.ณัฐวุฒิ กันตถาวร ผู้ช่วยคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และหัวหน้าศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

8892985C B7DF 4E95 BF58 970CD6B75F77


กล่าวรายงาน พร้อมด้วยทีมสูตินรีเวชแพทย์ด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ นำโดย พญ.กตัญญุตา นาคปลัด, พญ.ธาวินี กฤตสรรค์วงศ์, พญ.พรชนิตว์ ศานตมลกุลโรจน์, พญ.รัญชิดา สุวรรณสาร, พญ.ฐานิสา กิจจรัส, คุณรัตนา จุลสวัสดิ์ หัวหน้าฝ่ายการพยาบาล และทีมพยาบาลศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ พร้อมด้วยนักวิทยาศาสตร์ด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้อง Convention Hall ชั้น 6 อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดยมีคุณได๋ ไดอาน่า จงจินตนาการ เป็นผู้ดำเนินรายการ วันอังคารที่ 26 สิงหาคม 2568

AEFD632E 7322 49A6 9E91 D021BA00536D

นพ.เกรียงไกร ถวิลไพร ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า “ปัจจุบันปัญหาการมีบุตรยากถือเป็นปัญหาหลักด้านสุขภาพที่พบได้บ่อย ร้อยละ 15-20 ของคู่สมรส ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ อาทิ อายุที่เพิ่มมากขึ้นของคู่สมรส โรคของมดลูกและรังไข่ หรือความผิดปกติของอสุจิ รวมทั้งการรักษาโรคมะเร็งที่มีผลต่อเซลล์สืบพันธุ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จึงได้จัดตั้ง ศูนย์การรักษาภาวะการเจริญพันธุ์ โดยนำเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์มาต่อยอดการรักษาผู้มีบุตรยาก อาทิ การฉีดเชื้อในโพรงมดลูก การทำเด็กหลอดแก้ว และการตรวจโครโมโซมตัวอ่อนเพื่อรักษาโรคทางพันธุกรรม รวมถึงการเก็บรักษาเซลล์สืบพันธุ์ในกลุ่มผู้ป่วยโรคมะเร็ง ก่อนได้รับการรักษาที่เป็นอันตรายต่อระบบสืบพันธุ์  อีกทั้งยังวางแผนการตั้งครรภ์ในผู้ป่วยมะเร็งเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม โดยทีมสหสาขาวิชาชีพ พร้อมด้วยแพทย์เฉพาะทางสาขาต่าง ๆ ซึ่งการจัดกิจกรรมบริการวิชาการสุขภาพจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “จากความหวัง…สู่ความจริง Hope Begins Here” เทคโนโลยีเพื่อการเจริญพันธุ์ มีบุตร (ไม่) ยาก เพื่อส่งเสริมการวางแผนการมีบุตรตลอดจนการตั้งครรภ์ให้ปราศจากโรคและเพิ่มการเกิดอย่างมีคุณภาพ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2560-2569 ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการเกิดและการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ”

C857DF7B 7E38 41D2 A101 D65B3FF67CD4
8021D2A7 985D 4979 8CF9 BA11D33233A7
A223690F 858F 4DA9 9896 5E1B9A78D88F
FDC9CCF9 798B 4894 9744 2984715AF563
DC013C0C 7BBC 4678 970B 307A8968A26F


สำหรับไฮไลต์สำคัญของงาน คือ การเสวนาเชิงวิชาการโดยทีมสูตินรีเวชแพทย์ด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ที่มาให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์อย่างครอบคลุมทุกมิติ โดย พญ.ธาวินี กฤตสรรค์วงศ์ สูตินรีเวชแพทย์ด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ให้ข้อมูลเรื่องการวางแผนมีบุตรในผู้ป่วยโรคมะเร็ง ในเวทีเสวนาหัวข้อ “เป็นมะเร็งก็มีลูกได้” ว่า “การรักษามะเร็ง อาจส่งผลต่อเซลล์สืบพันธุ์ ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถมีลูกตามธรรมชาติได้ แต่การเก็บเซลล์ไข่หรืออสุจิก่อนเข้ารับการรักษา สามารถช่วยรักษาโอกาสในการมีลูกได้ ความกลัวว่าจะไม่มีลูก เป็นหนึ่งในความกังวลลึกที่สุดของผู้ป่วย โดยเฉพาะคนที่ยังไม่มีลูก การพูดคุยเรื่องการเก็บเซลล์สืบพันธุ์ตั้งแต่เริ่มต้น จึงช่วยให้ผู้ป่วยวางแผนชีวิตและต่อสู้กับโรคมะเร็งได้อย่างมั่นใจ ซึ่งเด็กที่เกิดจากเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์มีความเสี่ยงต่าง ๆ เหมือนการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ และหากทำการตรวจโครโมโซมตัวอ่อนร่วมด้วย จะช่วยลดความเสี่ยงทางพันธุกรรมได้ อยากฝากกำลังใจถึงผู้ป่วยว่าการมีชีวิตรอดจากมะเร็งอาจไม่ใช่เป้าหมายเดียว การกลับมามีชีวิตตามฝันก็สำคัญ และสำหรับใครหลายคน การมีลูก คือ ความฝันที่อยากทำให้เป็นจริง”

ด้าน พญ.พรชนิตว์ ศานตมลกุลโรจน์ สูตินรีเวชแพทย์ด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ กล่าวเสริมว่า สำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่กังวลเรื่องการมีลูก ปัจจุบันมีทางเลือกหลากหลายทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย ทางเลือกสำหรับผู้หญิง คือ การแช่แข็งไข่ (Oocyte Cryopreservation) เป็นการกระตุ้นไข่แล้วดูดออกมาแช่แข็งเพื่อใช้ในอนาคต การเก็บตัวอ่อน (Embryo Freezing)สำหรับผู้ที่มีคู่แล้ว นำไข่มาผสมอสุจิแล้วแช่แข็ง หรือแช่แข็งเนื้อรังไข่ (Ovarian Tissue Freezing)เหมาะกับเด็กหญิง หรือผู้ที่ต้องรักษาเร่งด่วน และย้ายรังไข่หลบการฉายแสง(Ovarian Transposition) ส่วนทางเลือกสำหรับผู้ชาย สามารถแช่แข็งน้ำเชื้อ (Sperm Cryopreservation) ขั้นตอนง่ายและเก็บได้นานหลายปีหรือการเก็บเนื้ออัณฑะในเด็กผู้ชายซึ่งยังอยู่ในขั้นวิจัยและสำหรับการเก็บเซลล์สืบพันธุ์ต้องทำก่อนเริ่มการรักษา เพราะหลังจากได้รับยาเคมีบำบัดหรือฉายแสง อาจไม่เหลือเซลล์ให้เก็บอีกเมื่อร่างกายและครอบครัวพร้อมสามารถวางแผนตั้งครรภ์ได้ เมื่อพิจารณาจากความสงบของโรคมะเร็งความพร้อมของสุขภาพโดยรวมกรณีผ่าตัดมดลูกหรือมีข้อห้ามในการตั้งครรภ์ อาจพิจารณาวิธีอุ้มบุญแทนหากถ้าเรารู้ตั้งแต่ต้น เราจะมีสิทธิเลือกชีวิตของเราได้เอง และถ้าเลือกถูกเวลาชีวิตก็ยังไปต่อได้ พร้อมกับความหวัง”

พญ.กตัญญุตา นาคปลัด สูตินรีเวชแพทย์ด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ได้เจาะลึกข้อมูลในหัวข้อเสวนา “แช่แข็งไข่ รอคนที่ใช่ ในวันที่พร้อม” โดยให้ความรู้เกี่ยวกับการเก็บรักษาเซลล์ไข่เป็นทางเลือกสำหรับผู้หญิงที่อยากเก็บโอกาสมีลูกในอนาคตว่า “ไข่ของผู้หญิงสร้างมาตั้งแต่เกิด และลดลงตามอายุหลังอายุ 35 ปี จำนวนและคุณภาพไข่จะลดลงอย่างชัดเจน การเก็บไข่ในช่วงอายุน้อยช่วยให้ได้ไข่จำนวนมากและคุณภาพดี การแช่แข็งสามารถรักษาคุณภาพไข่ไว้ได้เท่าอายุตอนเก็บ ฝากถึงผู้หญิงที่สนใจแช่แข็งไข่ หากอยากมีลูกในอนาคต แต่ยังไม่พร้อมตอนนี้ หรือยังไม่เจอคนที่ใช่ ขอให้เปิดใจลองเก็บไข่ไว้เป็นทางเลือกได้”
สำหรับ “นวัตกรรมเพื่อสตรีมีลูกยาก กับตัวช่วยเทคโนโลยีการเจริญพันธุ์” โดย พญ.รัญชิดา สุวรรณสาร แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ กล่าวถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีในปัจจุบันว่า “อายุของผู้หญิงมีผลโดยตรงต่อโอกาสตั้งครรภ์ ทั้งในกรณีตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ และผ่านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น IUI และ IVF ก่อนอายุ 35 ปี โอกาสการตั้งครรภ์สูง ไข่ยังมีคุณภาพและความผิดปกติทางพันธุกรรมต่ำ แต่ถ้าอายุ 35 ปีขึ้นไป ความสามารถในการตั้งครรภ์ลดลง เนื่องจากจำนวนและคุณภาพของไข่ลดลง ซึ่งมีความเสี่ยงแท้งหรือความผิดปกติของทารกเพิ่มมากขึ้น สามารถนำเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่นิยมใช้อย่าง IUI (Intrauterine Insemination) คือ การฉีดเชื้ออสุจิเข้าโพรงมดลูก โดยเหมาะกับคู่ที่มีภาวะมีบุตรยากไม่ทราบสาเหตุ หรือไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ช่วงวันไข่ตกได้ และ การทำ IVF/ICSI (เด็กหลอดแก้ว) สำหรับคู่ที่มีปัญหาซับซ้อน เช่น ท่อนำไข่อุดตัน หรือคุณภาพน้ำเชื้อไม่ดี หรือมีโรคทางพันธุกรรมซึ่งวิธีนี้จะทำให้มีโอกาสำเร็จมากกว่าวิธีการฉีดเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูก โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มีห้องแลปมาตรฐานสากลและนักวิทยาศาสตร์ผ่านการรับรองคุณภาพยุโรป เพื่อเพิ่มความสำเร็จในการตั้งครรภ์”

ด้าน พญ.ฐานิสา กิจจรัส แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ อธิบายถึงความแตกต่างและขั้นตอนของ IVF และ ICSI ว่า “การทำเด็กหลอดแก้วเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับคู่สมรสที่มีปัญหามีบุตรยาก สำหรับ IVF (In Vitro Fertilization) เป็นการนำไข่และอสุจิมาผสมกันนอกร่างกายในห้องแล็บ แล้วเลี้ยงตัวอ่อนก่อนย้ายกลับสู่โพรงมดลูก ส่วน ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) : เป็นเทคนิคหนึ่งของ IVF ใช้อสุจิเพียงตัวเดียวฉีดเข้าไปในไข่โดยตรง เพื่อเพิ่มโอกาสการปฏิสนธิ ซึ่งที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ใช้วิธี ICSI เกือบทั้งหมด เพื่อคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรงที่สุดการทำเพื่อให้เกิดความสำเร็จสูงสุด

CB0B4BA1 59AE 421D 9426 A82BCFADF44F
91CCCA93 072C 49B3 8E28 D14766A4CF2E
B0092618 B940 4E4C A266 93450724FE05
8ED43376 B804 4AD5 A5E6 3AA148459702


หัวข้อเสวนา “กว่าจะเป็นตัวอ่อน” เจาะลึกกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสร้างตัวอ่อน โดยคุณธนพล ชูจันทร์ และคุณดลยา คุนผลิน นักวิทยาศาสตร์ด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ การทำเด็กหลอดแก้ว IVF/ICSI “เป็นเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่ช่วยให้คู่สมรสที่มีบุตรยากมีโอกาสตั้งครรภ์มากขึ้น โดยขั้นตอนสำคัญ คือ การปฏิสนธิและเลี้ยงตัวอ่อนในห้องแล็บหลังจากแพทย์ให้ฮอร์โมนกระตุ้นไข่และเก็บไข่จากฝ่ายหญิง ฝ่ายชายจะเก็บอสุจิ จากนั้นนักวิทยาศาสตร์จะคัดอสุจิที่แข็งแรงที่สุดมาปฏิสนธิ โดยมี 2 วิธีหลัก

  1. Conventional IVF นำไข่มาใส่รวมกับอสุจิหลายหมื่นตัวในจานเพาะเลี้ยง ปล่อยให้อสุจิว่ายเข้าไปผสมไข่เอง
  2. ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) เลือกอสุจิที่ดีที่สุด 1 ตัว ฉีดเข้าไปในไข่โดยตรงด้วยเครื่องมือระดับไมโคร สำหรับการเลี้ยงตัวอ่อนในห้องแล็บ ตัวอ่อนจะถูกเลี้ยงประมาณ 5–6 วัน จนเจริญถึงระยะ Blastocyst ซึ่งเป็นระยะที่เหมาะสมสำหรับการฝังตัวโดยตัวอ่อนสามารถแช่แข็งเก็บไว้เพื่อรอย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูกในภายหลัง การแช่แข็งตัวอ่อน ไข่ หรืออสุจิ เป็นทางเลือกสำคัญสำหรับการวางแผนครอบครัว และช่วยให้ผู้ป่วยโรคร้ายหรือคู่สมรสที่ยังไม่พร้อมมีลูกในตอนนี้ สามารถเก็บความหวังในการมีบุตรไว้ได้อย่างปลอดภัย” 
    ภายในงานยังมีการแชร์ประสบการณ์จริงจากผู้ป่วยที่เคยเข้ารับการรักษาและประสบความสำเร็จในการมีบุตร พร้อมทีมสหสาขาวิชาชีพ ร่วมสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการแพทย์ที่ช่วยเติมเต็มความหวังให้แก่คู่สมรสที่เผชิญภาวะมีบุตรยาก นอกจากนี้การดูแลผู้ป่วยภาวะมีบุตรยากไม่ได้จำกัดอยู่แค่การรักษาด้วยเทคโนโลยี แต่ยังต้องอาศัยการสนับสนุนด้านร่างกายและจิตใจจากทีมพยาบาล พว. อารีวัลย์ ปุ่นยิ้ม พยาบาลด้านมีบุตรยากเล่าให้ฟังถึงบทบาทและความหมายของการทำงานในสายนี้ว่า “บทบาทหลักของพยาบาลต้องประเมินและให้ข้อมูลเบื้องต้น ซักประวัติสุขภาพ ประจำเดือน การใช้ยาคุมกำเนิด และประวัติการแท้ง พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับการทำหัตถการ สนับสนุนด้านจิตใจและอารมณ์ รับฟังโดยไม่ตัดสินให้คำแนะนำและสร้างกำลังใจในการดูแลตนเองช่วยเหลือกระบวนการทางการแพทย์ เตรียมผู้ป่วยก่อนตรวจหรือทำหัตถการ เช่น เจาะเลือด ตรวจน้ำเชื้อ อธิบายขั้นตอนต่างๆ สอนการฉีดยา และติดตามผลข้างเคียงหลังทำหัตถการประสานงานกับทีมสหวิชาชีพเพื่อให้การดูแลผู้ป่วยครบวงจรการทำงานในคลินิกเจริญพันธุ์ ไม่ใช่แค่การให้ยาและหัตถการเท่านั้น แต่คือการมอบความมั่นใจและความหวังให้ผู้ป่วยทุกก้าวของเส้นทางสู่การมีบุตร”
    ภายในงาน จัดกิจกรรมบริการสุขภาพ ประกอบด้วย บูทตรวจอัลตราซาวด์เพื่อวางแผนฝากไข่และการมีบุตร พร้อมปรึกษาแพทย์บริการนัดหมายวางแผนการรักษา และการจัดแสดงนวัตกรรม High-tech instrument สำหรับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ กิจกรรมให้ความรู้ทางนรีเวช รวมถึงบูทจากพันธมิตรด้านสุขภาพ การจัดงานครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ในการเป็นศูนย์กลางบริการด้านสุขภาพสตรีและการเจริญพันธุ์ที่พร้อมดูแลประชาชนไทยให้เข้าถึงการรักษาที่ได้มาตรฐานระดับสากลนอกจากการให้บริการรักษาภาวะมีบุตรยากที่กล่าวมานั้นแล้ว ที่ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ยังให้บริการตั้งแต่ตรวจความพร้อมก่อนแต่งงาน ตรวจความพร้อมก่อนมีลูก สามารถเข้ารับคำปรึกษาได้ที่ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ณ อาคารอัครราชกุมารี ชั้น 9 หรือ อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน ชั้น 2 โถงลิฟต์ A โทร 1118 ต่อ 6565 / 5266 นัดหมายช่องทางออนไลน์ แอดไลน์โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (LINE Official @chulabhornhospital) เลือกเมนูบริการผู้ป่วย เลือกทำนัด/เลื่อนนัด เลือก LINE คลินิกผู้มีบุตรยาก เพื่อแชทปรึกษานัดหมาย หรือนัดหมายออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน CHULABHORN HEALTH+ สามารถดาวน์โหลดได้ทั้ง App store / Google Play store

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *