BYD Zhengzhou Di-Spaceโชว์ทุกศักยภาพของค่ายรถอันดับต้นของโลก

ในยุคที่ทุกความสนใจได้หันไปหายานยนต์พลังงานใหม่ และผู้บริโภคได้ก้าวผ่านประเด็นความไว้วางใจที่มีให้กับเครื่องยนต์สันดาปแบบเดิม BYD นับเป็นค่ายอันดับต้นของโลกที่ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นผู้นำที่มีบทบาทในการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยอย่างชัดเจน และเป็นแบรนด์ที่น่าจับตามองที่สุดทั้งในด้านนวัตรกรรม การออกแบบ กำลังการผลิต และการผลักดัน eco system ของอุตสาหรรมทั้งในด้านเศรฐกิจจนถึงวัฒนธรรม และในวันนี้ BYD ได้ป่าวประกาศสำเร็จนั้นอย่างภาคภูมิใจผ่านพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และประสบการณ์ด้านยานยนต์พลังงานใหม่ หรือ BYD Di-Space

BYD Zhengzhou Di-Space เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เปิดให้สาธารณชนเข้าชมได้ฟรี โดยตั้งอยู่ในเมืองเจิ้งโจวมณฑลเหอหนาน เมืองที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่ออุตสาหกรรม NEV เพราะนอกจากจะเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้แล้ว ยังเป็นที่ตั้งของหนึ่งในโรงงานที่ใหญ่ที่สุด และมีกำลังผลิตที่สูงสุดของ BYD โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีพื้นที่กว่า 15000 ตารางเมตร พร้อมนิทรรศการกว่า 300 รายการที่จัดแสดงภายในพื้นที่ 4 ชั้น เล่าเรื่องตั้งแต่จุดกำเนิดของยานยนต์คู่ไปกับวัฒนธรรมผู้บริโภค และ key moment ที่แสดงถึงบริบททางสังคม ไปจนถึงการพัฒนานวัตรกรรมอันเป็นแนวทางการพัฒนา landscape ของอุตสาหกรรมไปสู่การเปลี่ยนผ่านเข้ายุคยานยนต์พลังงานใหม่ โดยมี BYD เป็นผู้กรุยทางในฐานะ Industry Leader

นิทรรศการแต่ละโซนถูกเรียบเรียงเรื่องราวในรูปแบบของ Timeline เล่าเรื่องผ่านกาลเวลาที่พาผู้ชมเดินทางผ่านยุคสมัยโดยมีวัตถุจัดแสดงที่เชื่อมโยงกับวิธีชีวิตเพื่อให้เนื้อหาถูกสื่อสารออกมาแบบเข้าใจง่ายและน่าติดตาม โดยปูเรื่องราวเชิงประวัตรศาสตร์ในบริเวณชั้น 1 และค่อยๆ ไล่เส้นทางของนวัตรกรรมผ่านการเดินทางขึ้นไปบนชั้น 2 และ 3 และ 4

นวัตรกรรมไม่ได้ถูกสื่อสารผ่านการโอ้อวดเทคโนโลยีอันล้ำสมัยเท่านั้น แต่ยังนำเสนอแง่มุมความปราณีตของการใส่ใจทุกรายละเอียดทั้งการออกแบบและกลยุทย์การผลิต และจนถึงแทรก Gimmick Interactive ในชั้น 4 เพื่อให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมและมีประสบการณ์ที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับ Journey ของนิทรรศการ
และจากที่ได้กล่าวไปเบื้องต้นว่านอกจากเมืองเจิ้งโจวจะเป็นที่ตั้งของ BYD Di-Space แล้ว ยังเป็นที่ตั้งของโรงงานการผลิตสำคัญแห่งใหม่ของ BYD ที่ได้เปิดทำการเดินหน้าการผลิตรถยนต์หลายรุ่นตั้งแต่ปี 2023 ไม่ว่าจะเป็นBYD: Song Pro (Sealion 5), Song L, Seal 7 และ SHARK 6 / Denza: B5 และ B8 โดยมีกำลังการผลิตประมาณ 202,000 คันต่อปีในปี 2023 และเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 550,000 คันต่อปีในปี 2024 (ปัจจุบันกำลังการผลิตประจำปี 2025 ยังอยู่ระหว่างการคำนวน)

นอกจากนั้นในพื้นด้านเหนือของโรงงาน ยังมีสนามทดสอบเพื่อใช้ในการสาทิตและทดสอบสมรรถนะต่างๆ ของรถ BYD ซึ่งมี highlight เป็นเนินทรายขนาดใหญ่จนได้รับการบันทึกลงสถิติ Guinness World Record รวมถึงพื้นที่การทดสอบความเร็วแบบ race track ที่เป็นการแสดงถึงวิศัยทัศน์ที่พร้อมจะพุ่งทะยานผ่านขีดจำกัดทางนวัตกรรมของแบรนด์ยานยนต์พลังงานใหม่อันดับต้นของโลกอย่าง BYD

rêverthailand

buildyourdreams

byd

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *