OKMD เปิดตัว “Modern Thai Wisdom”เชื่อมภูมิปัญญาไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ยุคใหม่ ปั้นคนรุ่นใหม่สู่ตลาดสร้างสรรค์โลก

กรุงเทพฯ 10 มิถุนายน 2569 – สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD เปิดตัวโครงการ Modern Thai Wisdom : From Knowledge to Market ภายใต้แนวคิดการต่อยอดองค์ความรู้และภูมิปัญญาไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ยุคใหม่ มุ่งพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ ผู้ประกอบการ นักออกแบบ และชุมชนสร้างสรรค์ เพื่อเชื่อมทุนวัฒนธรรมไทยสู่ผลงานและโอกาสทางเศรษฐกิจที่แข่งขันได้จริงในโลกปัจจุบัน

70175FE1 959F 46C4 9096 579730641F33
BF526DC7 A20E 4274 9E3D 2E38F2E97AC7
19039261 1371 47C6 BE12 30DB7AF083A1
2062E151 6D50 43AC A0B3 21254CD07EDC
B575FF63 B0B3 41F4 9D18 E53A8E9923C5
FD8945EA CC1A 4C95 BEF3 6291FAF41DE4
10481C07 CC9D 42DC A9E4 A38683406B31


งานแถลงข่าวจัดขึ้น ณ SCBX Next Stage ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ปรเมธี วิมลศิริ ประธานกรรมกรรมการบริหาร สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ ผู้บริหารหน่วยงานพันธมิตร ผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่น งานสร้างสรรค์ และภาคธุรกิจดิจิทัล เข้าร่วมงาน

A83EEA6D 161D 4A2C ABC5 3AFD55187C8E
3FD9FF7D 48F9 4E70 A2CB D49ED253AA06


ดร.ปรเมธี วิมลศิริ กล่าวว่า โลกกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านต้นทุน ไปสู่การแข่งขันด้านความคิดสร้างสรรค์ อัตลักษณ์ และความสามารถในการสร้างคุณค่าใหม่ ประเทศไทยอาจไม่ได้มีต้นทุนอุตสาหกรรมมากที่สุด แต่มีทุนวัฒนธรรมที่แข็งแรง ทั้งภูมิปัญญา งานฝีมือ ศิลปะ วิถีชีวิต และความคิดสร้างสรรค์ของผู้คน ซึ่งสามารถต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล หากได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ดังนั้น โจทย์สำคัญของประเทศไทยวันนี้ ไม่ใช่เพียงรักษาภูมิปัญญาไทยไว้ในอดีต แต่คือทำให้ภูมิปัญญาไทยกลายเป็นพลังเศรษฐกิจของอนาคต

C8698E6A 35D3 4453 9444 4F9EA9E1A486


ด้าน ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการ OKMD กล่าวว่า Modern Thai Wisdom ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าหลักสูตรอบรม แต่เป็นระบบนิเวศการเรียนรู้และการต่อยอดเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่เชื่อมองค์ความรู้ไทยเข้ากับการออกแบบ เทคโนโลยี การตลาด และโอกาสทางธุรกิจ เพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถพัฒนาผลงาน ทดลองตลาด และต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ยุคใหม่ได้จริง เมื่อองค์ความรู้เชื่อมกับตลาด จะกลายเป็นโอกาสใหม่ของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย”
โครงการดังกล่าวจะดำเนินการตลอดปีงบประมาณ 2569 ครอบคลุมการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการมากกว่า 30 ครั้งทั่วประเทศ ใน 3 สาขาหลัก ได้แก่ เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ และหัตถอุตสาหกรรม โดยออกแบบการเรียนรู้เป็น 3 ระดับ ได้แก่ Design & Inspiration, Marketing & Branding และ Business & Commercial เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถพัฒนาตั้งแต่แนวคิดสร้างสรรค์ไปจนถึงการต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้อย่างครบวงจร
นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาหลักสูตรออนไลน์ (E-Learning) เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วประเทศเข้าถึงองค์ความรู้ด้านแฟชั่นและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับทุนวัฒนธรรมไทย การออกแบบเพื่อความยั่งยืน ทรัพย์สินทางปัญญา การสร้างแบรนด์ และการตลาดสร้างสรรค์ พร้อมตั้งเป้าพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมแฟชั่นไม่น้อยกว่า 4,500 คน และผู้เรียนออนไลน์มากกว่า 5,000 คน
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของโครงการ คือ การสร้างพื้นที่สื่อสารสาธารณะและแรงบันดาลใจ ผ่านแคมเปญ “Creative Thais Story” และ “#WhyICreate” ที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของคนทำงานสร้างสรรค์ไทยรุ่นใหม่ ตลอดจนการจัด Fashion Show, Creative Showcase และ Lookbook เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผลงานของผู้เข้าร่วมโครงการได้เชื่อมต่อกับภาคธุรกิจ ผู้ซื้อ นักลงทุน และตลาดจริง

F0280AC6 3830 4A35 B901 337CD0D5D4BF
5CAD657E 9533 4659 B1E0 855EDB3F424B


ภายในงานยังมีเวทีเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมแฟชั่นและงานคราฟต์ อาทิ คุณพิจิตรา บุณยรัตพันธุ์ ดีไซเนอร์และเจ้าของห้องเสื้อ Atelier Pichita, ดร.กรกต อารมย์ดี ผู้ก่อตั้ง Korakot International Limited Partnership และคุณอินทิรา ทัพวงศ์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ INTIRA ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการต่อยอดมรดกงานช่างไทยสู่ตลาดโลก รวมถึงคุณธชปาณ ปิติตรานันท์ Content Creator เจ้าของช่อง Here’s Jae ร่วมถ่ายทอดมุมมองการสร้างคอนเทนต์จากแรงบันดาลใจ และตัวตนของผู้สร้างสรรค์ สู่การเล่าเรื่องผ่านสื่อดิจิทัล เพื่อทำให้ผลงานไทยร่วมสมัยมีภาพจำ เข้าถึงผู้ชม และต่อยอดสู่โอกาสใหม่ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
พร้อมกันนี้ ยังมี Mini Fashion Showcase ภายใต้แนวคิด “Modern Thai Wisdom” ถ่ายทอด
การผสมผสานภูมิปัญญา อัตลักษณ์ และงานฝีมือจากหลากหลายภูมิภาคของไทย ผ่านมุมมองแฟชั่นร่วมสมัย สะท้อนศักยภาพของทุนวัฒนธรรมไทยที่สามารถพัฒนาเป็นสินค้าและประสบการณ์สร้างสรรค์ที่เข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ และแข่งขันได้ในระดับสากล

A4875E81 5A1B 4153 B9A6 511B06A24897
25CB9E93 4F4E 47DA 879A 1358EB3F4A90
7ADFEAD6 D1E3 48B8 8922 7D780D75B4C3
A7377526 9174 4111 BEB0 B18B0FDD75BD


ดร.ทวารัฐ กล่าวทิ้งท้ายว่า “OKMD เชื่อว่าการพัฒนาคน คือรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ในระยะยาว และการสร้างโอกาสให้คนไทยเข้าถึงองค์ความรู้ เครือข่าย และตลาด จะช่วยให้ทุนวัฒนธรรมไทยไม่เพียงได้รับการอนุรักษ์ แต่ยังสามารถสร้างรายได้ สร้างอาชีพ และสร้าง value creation ใหม่ให้เศรษฐกิจไทยได้อย่างยั่งยืน เราไม่ได้ต้องการเพียงผู้สร้างสรรค์ แต่ต้องการสร้างผู้ประกอบการสร้างสรรค์รุ่นใหม่ ที่สามารถใช้ทุนวัฒนธรรมไทยสร้างมูลค่าใหม่ สร้างโอกาสใหม่ และสร้างอนาคตใหม่ให้กับเศรษฐกิจไทยได้จริง”
ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดโครงการ Modern Thai Wisdom รวมถึงกำหนดการเปิดรับสมัครเข้าร่วมกิจกรรมและหลักสูตรต่าง ๆ ได้ทาง Facebook Page: OKMD และ Modern Thai Wisdom
โดยกิจกรรมส่วนใหญ่เปิดให้เข้าร่วมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ModernThaiWisdom #CreativeThaisStory #เล่าเรื่องคนทำของไทยร่วมสมัย

WhyICreate #เพราะฉันอยากสร้าง #OKMD #กระตุกต่อมคิด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *